ไขข้อข้องใจ บัญชีและภาษี แตกต่างกันอย่างไร

บัญชีและภาษีนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นของคู่กันกับธุรกิจ แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งสองเรื่องนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ความแตกต่างที่ว่า นั้นเป็นที่มาของปัญหาในการทำงาน เพราะนักบัญชีอาจจะไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างบัญชีและภาษีอย่างดีพอ จึงเกิดความสับสนเวลาต้องปรับปรุงรายการ

วันนี้ เราจะมาคุยกันถึงที่มาที่ไป และข้อแตกต่างที่ต้องเข้าใจกันระหว่างเรื่องบัญชีและภาษีกันค่ะ


1. วัตถุประสงค์ที่แตกต่าง

เริ่มต้นด้วยเรื่องแรก คือ วัตถุประสงค์ของการบัญชีและภาษี ถ้าสังเกตดูดีๆ จะพบว่าทั้งสองเรื่องมีวัตถุประสงค์ที่มาที่ไป แตกต่างกันอย่างชัดเจน

การบัญชี มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การนำตัวเลขทางบัญชีที่นักบัญชีทำออกมาในรูปแบบของ งบการเงิน มาให้ผู้ใช้งบตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น

  • ถ้าผู้ใช้งบเป็นผู้บริหาร ก็จะใช้ตัวเลขในงบตัดสินใจวางกลยุทธ์บริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนได้อย่างไร  
  • ถ้าผู้ใช้งบเป็นนักลงทุน ก็จะใช้ตัวเลขในงบดูผลการดำเนินงานของกิจการ เพื่อตัดสินใจว่าควรจะลงทุนในธุรกิจนี้หรือไม่

ส่วน หลักการภาษี มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บภาษี มาใช้ในการบริหารประเทศ นั่นเอง


2. หลักปฏิบัติที่แตกต่าง

พอรู้ที่มาที่ไปของวัตถุประสงค์ในการทำบัญชีและการจัดเก็บภาษีแล้ว ลงมาดูเรื่องหลักปฏิบัติที่ใช้กันบ้าง

การบัญชี เราจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี โดยแบ่งกิจการออกเป็น 2 พวก ได้แก่

  • กิจการมีส่วนได้เสียสาธารณะ ซึ่งต้องบันทึกบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีชุดใหญ่ (TFRS) ตัวอย่างกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ เช่น
    • มีตราสารหนี้ ตราสารทุนขายกับประชาชนทั่วไป ใน/นอกประเทศ/ตลาด ฯ
    • กิจการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับมหาชน เช่น สถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนรวม ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
    • บริษัทมหาชน

           หลักการจำง่ายๆ คือ บริษัทที่มีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก หรือดูแลทรัพย์สินให้คนจำนวนมากนั่นเอง

  • กิจการไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ซึ่งบันทึกบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีชุดเล็ก คือ TFRS for NPAEs ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นกิจการจำพวก SMEs ทั่วไปในประเทศไทย

แต่ในส่วนภาษีจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรกำหนดโดยกรมสรรพากร ซึ่งใช้กับทั้งกิจการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ไม่แตกต่างกัน


3. หลักการที่แตกต่าง

นอกจากนี้แล้วหลักการของทางบัญชีและภาษีนั้น ยังแตกต่างมาก เนื่องจากว่า

หลักการบัญชีของไทยนั้น ถือปฏิบัติตาม IFRS เป็นหลักโดย จะอิงหลักการ Principle Based Approach คือ มีหลักการสำคัญเป็นกรอบให้ปฏิบัติและประยุกต์ใช้ เพื่อให้งบมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance), เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม (Faithfulness), สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ (Verifiability), สามารถเข้าใจได้ (Understand), ทันเวลา (Timeliness) และสามารถเปรียบเทียบได้ (Comparability) นั่นเอง

แต่หลักการภาษีจะอิงกฎเกณฑ์ (Rule based) เป็นหลัก คือ ต้องปฏิบัติตามกฎเหมือนๆ กันตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด โดยไม่มีข้อแตกต่างระหว่างกิจการนั่นเอง

สรุปง่ายๆ

หากลองดูทั้ง 2 อย่างนี้เปรียบเทียบกันแล้ว  จะเห็นว่าตัวตั้งต้นของวิธีการทางบัญชีกับภาษีมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน สรุปง่ายๆ ดังภาพนี้

แม้ว่าจะมีข้อแตกต่าง แต่ทั้งบัญชีและภาษีก็ยังเป็นของคู่กันอยู่ดี เพราะว่าเมื่อมีการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีแล้ว เวลาที่คำนวณภาษีก็จะใช้ข้อมูลทางบัญชีเป็นตัวตั้งต้น แล้วนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษี จึงจะถือว่าทำงานทางฝั่งบัญชีและภาษีได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนเรื่องการปรับปรุงทางบัญชีและภาษีที่ว่าสำหรับกิจการ SMEs ทั่วไปนั้นจะเป็นอย่างไร มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ลองไปศึกษาเพิ่มเติมกันในคอร์ส สรุปข้อแตกต่างทางบัญชี VS หลักการทางภาษีสำหรับกิจการ NPAEs 

 

 

ไม่อยากพลาดบทความดีๆ ด้านบัญชี-ภาษี และโปรโมชั่นพิเศษ กดสมัครรับข่าวสารที่นี่ 

source: www.thaicpdathome.com

5.0 จาก 5

การให้คะแนน 1 ครั้ง