ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร ประเด็นร้อนที่ต้องจับตา

ในปีที่ผ่านมา กฎหมายภาษีที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่หวาดกลัวเป็นที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่อง ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร ที่เรียกกันว่า ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

ถึงแม้ว่ากฎหมายตัวนี้จะประกาศมาสักพักแล้วในปี 2562 แต่ว่าวันที่ 31 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาจะเป็นครั้งแรกที่ธนาคารจะเริ่มส่งข้อมูลให้สรรพากร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ยังมีคนสับสนในเรื่องนี้อยู่

ในบทความนี้ เราจะลองมาดูกันว่าที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร และจริงๆ แล้วธุรกรรมลักษณะเฉพาะเนี่ย คืออะไร ธนาคารเค้าจะส่งข้อมูลให้สรรพากรเมื่อไร และปีที่ผ่านมาเราจะโดนไปหรือยังนะ


จุดเริ่มต้น

การส่งข้อมูลโดยธนาคารให้แก่สรรพากรมันมีที่มาที่ไปอย่างงี้ คือ มันเริ่มต้นมาจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่48) พ.ศ.2562

พ.ร.บ. ฉบับนี้เริ่มบังคับใช้วันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ พวก E-Payment ทั้งหลายแหล่ และหนึ่งในกฎหมายนี้ พูดถึง

การส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะให้แก่กรมสรรพากร โดยสถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet ต้องส่งข้อมูลทุกๆ ปี ภายในวันที่ 31 มีนาคมปีถัดไป


ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ คืออะไร?

ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ คือ ธุรกรรมที่สถาบันการเงิน (เช่น ธนาคาร) รวมถึงผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น mPAY, TrueMoney) มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลของ บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล แก่กรมสรรพากร เมื่อตรวจพบว่า เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

  • ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป  หรือ
  • ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง และ มียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

ยกตัวอย่าง เช่น

  • หากมียอดรับโอนเงินรวม 2,999 ครั้งต่อปี จะยังไม่เข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ
  • หากปีมียอดรับโอนเงิน 399 ครั้ง มูลค่ารวม 2,000,001 บาท จะยังไม่เข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ
  • หากปีมียอดรับโอนเงิน 401 ครั้ง มูลค่ารวม 2,000,001 บาท จะถือว่าเข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะแล้ว

ผู้มีหน้าที่รายงาน คือใครบ้าง?

ผู้มีหน้าที่รายงานให้แก่กรมสรรพากรทราบ ได้แก่

  • สถาบันการเงินของรัฐและเอกชน เช่น SCB, Kbank, ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน เช่น mPay, TrueMoney, Rabbit, Linepay

** จุดสังเกตตรงนี้ คือ แต่ละธนาคารจะแยกกันส่งข้อมูล ดังนั้น การพิจารณาว่าใครเข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะคือ พิจารณาตามแต่ละธนาคารไป


ข้อมูลที่ต้องรายงาน

  1. ชื่อเจ้าของบัญชี
  2. เลขประจำตัวประชาชน
  3. จำนวนครั้งที่ฝากหรือรับโอน (เป็นยอดรวม)
  4. จำนวนเงินที่ฝากหรือรับโอน (เป็นยอดรวม)

** จุดสังเกตตรงนี้ คือ

  • การส่งข้อมูลยังไม่ถือเป็นเงินได้ แต่สรรพากรจะต้องนำไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ ต่อไป
  • ธนาคารนำส่งข้อมูลเป็นยอดรวมจำนวนครั้งและจำนวนเงิน ดังนั้น สรรพากรจะไม่มีสิทธิ์ทราบว่าเรารับเงินจากใครบ้าง

ธนาคารเริ่มต้นส่งข้อมูลเมื่อไร?

ถึงแม้ว่า พรบ. ตัวนี้ประกาศใช้เมื่อ 21 มีนาคม 2562 แต่ว่าสำหรับการเก็บข้อมูลนั้น กฎหมายลูกออกมาบังคับให้เริ่มต้นเก็บตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2562 นั่นหมายความว่า

  • วันที่ 31 มีนาคม 2563 ธนาคารจะส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะสำหรับวันที่ 24-31 ธันวาคม 2562 จำนวนทั้งสิ้น 8 วัน
  • วันที่ 31 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป ธนาคารจะส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะสำหรับปีที่ผ่านมาเต็มปี

 


นักบัญชีช่วยแนะนำผู้ประกอบการได้อย่างไร?

  1. แยกบัญชีส่วนตัวออกจากกิจการ เพราะอย่างน้อยเราก็สามารถชี้แจงกับสรรพากรได้ว่ารายการใดเป็นรายได้จากการค้า และรายการใดเป็นรายได้ส่วนตัว การแยกฐานเพื่อเสียภาษีจะลดภาระทางภาษีและทำให้ชัดเจนโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
  2. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถึงแม้ว่าสรรพากรจะสามารถตรวจสอบรายได้ที่เข้าบัญชีได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเสียภาษีจากรายได้เหล่านั้น เพราะอย่าลืมว่าทำธุรกิจก็ต้องมีต้นทุน ดังนั้น หากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าลืมบันทึกบัญชี เพราะสุดท้ายแล้วหักกลบกันมาเป็นกำไรสุทธิ คุณอาจจะไม่ต้องเสียภาษีมากมายก็ได้
  3. ช่วยวางแผนภาษีแต่เนิ่นๆ เริ่มต้นที่การให้คำปรึกษาเรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคล ว่าลูกค้าควรจะเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคลหรือไม่อย่างไร จากนั้นไปดูที่ระบบการเก็บเอกสารว่าต้องมีเอกสารรายรับ-รายจ่ายให้ครบถ้วน และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ภาษี รวมไปถึงช่วยประมาณการภาษีที่ต้องจ่ายภายในปีว่าผู้ประกอบการควรเตรียมเงินสำรองไว้เท่าใด

 

อยากทำความเข้าใจเรื่องบัญชีและภาษีที่กิจการต้องรู้ให้มากขึ้น ลองเรียนคอร์สนี้ เพื่อรับมือกับบัญชีและภาษีธุรกิจกันค่ะ

 

 

ไม่อยากพลาดบทความดีๆ ด้านบัญชี-ภาษี และโปรโมชั่นพิเศษ กดสมัครรับข่าวสารที่นี่ 

source: www.thaicpdathome.com

5.0 จาก 5

การให้คะแนน 3 ครั้ง