อยากเป็น CPA ต้องทำอย่างไร

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ถือได้ว่าเป็นนักบัญชีที่ได้รับรองมาตรฐานและสามารถสอบบัญชีเพื่อรับใบอนุญาตได้ตามเป้าหมาย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า CPA นั้นเป็นนักบัญชีมืออาชีพตัวจริง และไม่ใช่นักบัญชีทุกคนที่จะสามารถสอบ CPA ได้

ทั้งนี้เอง ผู้ที่ต้องการจะเป็น CPA จะต้องจบสาขาบัญชี ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของนักบัญชี และจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการทำข้อสอบและดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งเราขอแนะนำแนวทางและวิธีการที่จะทำให้เราสามารถได้รับ CPA กัน


รู้เงื่อนไขของการเป็น CPA

อาจจะฟังดูง่ายๆ แต่ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้สอบ CPA จะต้องรับทราบกฎเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อน โดยเงื่อนไขการเป็น CPA อาจมีความแตกต่างออกไปแล้วแต่ประเทศ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีมักจะเป็นผู้ออกข้อสอบดังกล่าว โดยเงื่อนไขของการเป็น CPA มักจะประกอบด้วยประเด็นวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ และการทำข้อสอบ

คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีมักจะให้ผู้สอบ CPA ต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในสาขาบัญชี หรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่จะเป็น CPA ต้องผ่านการทดสอบจากคณะกรรมการ ซึ่งอาจจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 75% หรือตามแต่เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งข้อสอบอาจจะแบ่งเป็น 3  4 หรือ 7 ส่วน ซึ่งในประเทศไทยนั้น ข้อสอบของ CPA จะแบ่งเป็น 6 วิชา ได้แก่ วิชาการบัญชี 1 วิชาการบัญชี 2 วิชาการสอบบัญชี 1 วิชาการสอบบัญชี 2  วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 และ วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2 ซึ่งเงื่อนไขทั้งหมดต่างก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ซึ่งอาจจะมีแนวทางที่แตกต่างออกไป


เตรียมพร้อมสำหรับการสอบ

 

ข้อสอบ CPA ขึ้นชื่อว่าเป็นข้อสอบมหาโหด ซึ่งอัตราผู้สอบไม่ผ่านนั้นมักจะมีสูงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อสอบใดที่จะยากเกินกว่าที่เราจะเตรียมตัวได้ ซึ่งการจะทำข้อสอบให้ผ่านนั้น ผู้ที่สอบจะต้องมีเวลาอ่านหนังสือสอบให้เพียงพอและมีกำหนดการที่เตรียมพร้อม ซึ่งทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับความรู้และความเชี่ยวชาญของผู้สอบ โดยบางคนอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติ รวมถึงผู้สอบอาจจะต้องเผชิญกับงานการหรือการใช้ชีวิตในแต่ละวันจนไม่มีเวลาเตรียมอ่านหนังสือสอบ ซึ่งไม่ว่าเราจะมีเวลาเท่าไหร่กันก็ตาม สิ่งสำคัญคือการจัดแจงเวลาให้พอเพียงและคุ้มค่า

แต่คำถามต่อมาคือ แล้วเวลาเท่าไหร่กันที่เราจะเรียกว่าคุ้มค่า? ซึ่งทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยในการทำข้อสอบและความพร้อมในการเรียนรู้ โดยถ้าผู้สอบเป็นคนที่ไม่สามารถทำความเข้าใจบทเรียนได้ด้วยความรวดเร็ว ก็อาจจะต้องนั่งอ่านและทบทวนนานกว่าปกติ อย่างไรก็ตามแต่ การเตรียมสอบ CPA ส่วนใหญ่จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในระยะเวลา 5-6 เดือน ซึ่งผู้สอบอาจจะรวบหัวข้อหรือประเด็นที่จะเตรียมสอบ โดยต้องคำนึงว่าข้อสอบ CPA อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา ซึ่งจะต้องคอยตรวจสอบอยู่เสมอ และอาจจะใช้การดูแนวทางจากบทเรียนหรือข้อสอบในคณะบัญชีก็ได้ ทั้งนี้เอง การเตรียมการและรู้แนวทางข้อสอบนี้จะช่วยให้การสอบเป็นไปด้วยความราบรื่นได้

สำหรับนักศึกษาคณะบัญชีในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น อย่าได้ปล่อยผ่านข้อสอบต่าง ๆ ไปโดยเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจมีความจำเป็นต่อการสอบได้ โดยเฉพาะแนวคิดต่าง ๆ ซึ่งไม่ควรละเลย และเพื่อการเตรียมพร้อมที่ดีนั้น ผู้สอบอาจจะลองให้คำตอบกับโจทย์ต่าง ๆ และทำความเข้าใจกับทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ โดยคุณอาจจะประหลาดใจว่าแท้จริงแล้วข้อสอบต่างๆ นั้นอาจจะเคยเจอกันมาก่อนจากที่ใดที่หนึ่ง นั่นเป็นเพราะนักบัญชีในชีวิตจริงต่างก็เจอปัญหาและโจทย์ที่ต้องมีวิธีในการแก้ไข ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างก็มีในตำราเรียนและผ่านตากันมาก่อน จึงนำไปสู่ข้อสรุปว่าผู้สอบจะต้องตั้งใจเรียน ทำความเข้าใจ และฝึกฝน โดยคิดเสมอว่าทำยังไงคนที่สอบผ่านจึงสามารถสอบได้ และเตรียมการยังไงจึงจะสอบผ่าน


ผลักดันตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

 

สิ่งที่ยากที่สุดของการสอบ CPA คือการผลักดันตัวเองให้ไปถึงจุดมุ่งหมายให้ได้ โดยถ้าผู้สอบเป็นคนที่มีวินัยอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องยาก อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนอาจจะหมดไฟและรู้สึกขี้เกียจภายหลังจากการทำโจทย์ 4-5 ข้อ ซึ่งแผนการที่วางไว้อาจไม่สำเร็จผลตามเป้าหมาย จนสุดท้ายก็ทุกคนก็จะรู้ตัวว่าเวลาที่เคยมีนั้นไม่เพียงพอสำหรับการอ่านหนังสือเสียแล้ว

ถ้าอยากจะเป็น CPA ให้ได้นั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้น และทุกคนจะต้องแบ่งเวลาไว้สำหรับการอ่านหนังสือสอบอยู่เสมอ โดยจะต้องยึดมั่นว่าเวลาอ่านหนังสือนั้น ผู้สอบต้องมุ่งมั่นที่จะอ่าน และแบ่งเวลาสำหรับการนอนไว้ให้เหมาะสม โดยอาจจะมีการแบ่งช่วงพักเป็นระยะ แต่ไม่ใช่การพักจนทำให้การอ่านหนังสือสอบไม่คืบหน้า ซึ่งผู้สอบต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งเวลาให้ได้ นอกจากนี้ ผู้สอบยังต้องไม่ปล่อยให้มีสิ่งรบกวนจิตใจ และมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้สอบ CPA ได้ โดยอาจจะคอยเตือนตัวเองไว้เสมอว่าการสอบได้จะเป็นรางวัลชั้นดี และคอยผลักดันตัวเองไปให้ถึงจุดหมายให้ได้


ภายในห้องสอบ CPA

ในการสอบ CPA ของจริงนั้น หลายคนอาจถือเคล็ดสวดมนต์ก่อนสอบเล็กน้อย หรือพยายามมองโลกในแง่ดี เข้าไว้ โดยไม่มั่นใจในตัวเองเกินไป ผู้สอบอาจจะต้องแบ่งเวลาการสอบให้ดี โดยไม่ใช้เวลาไปกับข้อสอบยากๆ ข้อหนึ่ง แต่ใช้วิธีการตอบข้อสอบด้วยความมั่นใจ และทำคะแนนให้ได้มากที่สุด เนื่องจากข้อสอบนั้นไม่มีการตัดคะแนนหากมีการตอบผิด ผู้สอบจึงควรพิจารณาทำข้อสอบให้ครบทุกข้อ และไม่ปล่อยให้มีข้อว่าง

เตรียมพร้อมร่างกายไม่ให้ป่วยในวันสอบก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งผู้สอบต้องระวังไม่เป็นหวัดหรือท้องเสีย และพักผ่อนให้เพียงพอในวันก่อนสอบ เพื่อให้วันจิรงนั้น ผู้สอบจะสามารถมีสมาธิและมีความพร้อมทั้งทางกายและทางใจ นอกจากนี้ การสอบ CPA บางประเทศจะอนุญาตให้ผู้สอบนำเครื่องคิดเลขเข้าห้องสอบได้ โดยเตรียมพร้อมให้เครื่องคิดเลขใช้งานได้ เปลี่ยนถ่านให้พร้อม เพราะถึงเวลาสอบจริงทุกคนอาจประสบปัญหาอันแสนปวดหัวได้หากเจอปัญหาเหล่านี้โดยไม่มีการเตรียมตัว


บทสรุป

การสอบ CPA ถือเป็นรางวัลสำคัญที่มีให้กับกลุ่มคนไม่กี่คน และเป็นกลุ่มคนที่ควรค่าที่จะได้รับ ซึ่ง CPA เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความเป็นเลิศ และจะนำผู้ที่สอบผ่านไปยังงานต่าง ๆ ที่มีความก้าวหน้าได้ และเช่นเดียวกับสิ่งมีค่าทั่วโลกที่ผู้ต้องการจะต้องพยายามเพื่อไขว่ขว้ามันมาให้ได้ ผู้สอบ CPA จะต้องมีความพร้อม เชื่อมั่นในตัวเอง และทำในสิ่งที่เชื่อ

 

 

ไม่อยากพลาดบทความดีๆ ด้านบัญชี-ภาษี และโปรโมชั่นพิเศษ กดสมัครรับข่าวสารที่นี่ 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.accountingverse.com/articles/how-to-become-a-cpa.html

 

source: www.thaicpdathome.com

5.0 จาก 5

การให้คะแนน 1 ครั้ง