5 รายงานทางบัญชีที่มีประโยชน์สำหรับ SMEs

เมื่อพูดถึงการทำบัญชีของธุรกิจขนาดเล็ก คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเรื่องของภาษีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า การทำบัญชีในธุรกิจขนาดเล็กยังมีประโยชน์มากมายที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและขยายธุรกิจได้

เรามีตัวอย่างสำคัญของรายงานทางบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เหล่านักบัญชีอย่างเราควรรู้มาฝากค่ะ


1. งบกำไรขาดทุน

รายงานที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ คืองบกำไรขาดทุน ซึ่งรายงานนี้จะบอกได้ว่าบริษัทสามารถทำเงินให้กับธุรกิจได้เท่าไหร่บ้าง การจัดทำบัญชีของเราจะบอกรายละเอียดได้ว่าบริษัทได้ใช้จ่ายไปเท่าไหร่ และแหล่งเงิน หรือรายได้ของบริษัทนั้นได้มาจากไหน ตัวอย่าง เช่น เราสามารถดูงบกำไรขาดทุนของบริษัท และสามารถสรุปได้ทันทีว่าบริษัทสามารถสร้างรายได้จากการขายได้เท่าไหร่ หรือใช้จ่ายกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือค่าจ้างคนงานเท่าไหร่บ้าง ซึ่งแต่ละธุรกิจจะมีบัญชีที่แตกต่างกันสำหรับประเภทรายได้และการใช้จ่ายของตนเอง

เราควรดูรายงานนี้อย่างน้อยทุกเดือน เพื่อที่จะดูแนวโน้มเปรียบเทียบผลลัพธ์ปัจจุบันกับผลลัพธ์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเปรียบเทียบเดือนล่าสุดกับช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา รายงานนี้จะบอกเราได้ว่าสิ่งที่ทำไปแล้วนั้น ได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ และอะไรที่ไม่ดี รวมทั้งช่วยให้เราเห็นส่วนที่ทำกำไรได้มากที่สุดของธุรกิจ นี่คือสิ่งที่จะช่วยให้นักบัญชีวิเคราะห์ธุรกิจได้

และถ้าหากอยากจะทำความเข้าใจ "วิธีการวิเคราะห์งบกำไรขาดทุน" เพิ่มขึ้นล่ะก็ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในคอร์ส "รู้ทันธุรกิจด้วยการวิเคราะห์งบการเงิน" นะคะ 


2. งบแสดงฐานะการเงิน

งบแสดงฐานะการเงิน หรือ งบดุลนั้นจะให้ภาพรวมของสิ่งที่มีในธุรกิจหรือสิ่งที่ครอบครองอยู่ และหนี้สินที่ธุรกิจมี ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง สำหรับธุรกิจขนาดเล็กโดยทั่วไป สินทรัพย์ก็จะมีสิ่งต่าง ๆ เช่น บัญชีธนาคาร บัญชีลูกหนี้ และบัญชีการลงทุน งบดุลอาจรวมถึงสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ สินทรัพย์ทางกายภาพ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน โดยทั่วไปหนี้สินจะรวมถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น หนี้สินบัตรเครดิต สินเชื่อธุรกิจ และสิ่งอื่น ๆ ที่ธุรกิจเป็นหนี้

สมการการบัญชียังขึ้นอยู่กับงบดุล ซึ่งบอกเราได้ว่าสินทรัพย์และหนี้สินจะเท่ากับส่วนของผู้ถือหุ้น อีกทั้งยังบอกในสิ่งที่บริษัทมีและสิ่งที่บริษัทเป็นหนี้ ซึ่งควรเป็นไปในทิศทางบวกและควรมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากลองตรวจสอบงบดุล ให้ดูที่สินทรัพย์ระยะสั้นกับหนี้สินระยะสั้นด้วย หากบริษัทมีภาระที่จะต้องชำระหนี้สินในเร็วๆนี้ คงไม่มีใครต้องการเสียเงินไปโดยไม่สังเกตว่าสินทรัพย์ของบริษัทนั้นมีสภาพคล่องต่ำ


3. รายงานอายุลูกหนี้การค้า

ไม่มีใครที่ต้องการจะทำงานแบบฟรีๆ และบริษัทของเราก็ไม่ใช่บริษัทเพื่อการกุศลเสมอไป ในฐานะที่เราเป็นผู้ทำบัญชี เราทราบดีว่าการส่งใบแจ้งหนี้ให้กับลูกหนี้เป็นแค่เพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า เราได้เรียกเก็บเงินจากลูกค้า และบริษัทต้องได้รับการชำระเงินอย่างครบถ้วน รายงานอายุลูกหนี้การค้าที่เราจัดทำนั้นจะบอกได้ว่าเรามีความสามารถแค่ไหนในการรวบรวม ติดตามลูกค้าที่ชำระเงินล่าช้าอยู่เสมอ หรือลูกค้าบางรายที่โดยปกติจะจ่ายตรงเวลา แต่เริ่มจ่ายช้าและยอดคงเหลือลูกหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือการเลือกลูกค้าที่ดีด้วย บริษัทที่มีความมั่นคงมักจะชำระเงินอย่างรวดเร็ว บริษัทที่มีเสถียรภาพน้อยกว่า น่าเชื่อถือน้อยกว่า หรือมีความตึงเครียดทางการเงินมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ได้ช้าหรือมีปัญหาเมื่อถึงเวลาจ่ายบิล นี่คือสิ่งที่นักบัญชีอย่างเราจะช่วยติดตามให้กับบริษัทได้

สำหรับท่านใดที่กำลังสงสัยว่าการคำนวณอายุลูกหนี้ให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีนั้นทำอย่างไร ลองศึกษาเพิ่มเติมในคอร์ส "สรุปประเด็นสำคัญ TFRS for NPAEs" นี้ดูนะคะ


4. รายงานรายได้แบ่งตามรายลูกค้า

เมื่อเรารู้แล้วว่าใครเป็นลูกหนี้รายใหญ่หรือรายย่อยของบริษัท เราควรจะดูอีกว่าลูกค้ารายไหนทำเงินให้บริษัทได้มากที่สุด รายงานรายได้แบ่งตามราย ลูกค้าของเราจะบอกได้ว่าบริษัทสร้างรายได้จากลูกค้าแต่ละรายในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้มากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักบัญชีจะส่งข้อมูลนี้ให้กับผู้บริหารได้ ผู้บริหารก็จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่มีคุณภาพ จนสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสรายได้ที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพที่ดีได้

อย่างไรก็ตาม เรายังต้องระวังการมีแหล่งที่มาของรายได้จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป หากรายได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งเดียว หรือที่เรียกว่า“ ความเสี่ยงในการกระจุกตัวของรายได้” หากลูกค้ารายนั้นหยุดทำธุรกรรมไป ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจทั้งหมดของบริษัทได้เลยทีเดียว เราจึงต้องเพิ่มความหลากหลายในการทำธุรกิจ และสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากฝ่ายบัญชีผู้ซึ่งทำรายงานนี้ คอยติดตามและนำเสนอให้แก่บริษัททราบอยู่เสมอ


5. รายงานอายุเจ้าหนี้การค้า

บริษัทอาจไม่ชอบใจเท่าไหร่นักถ้าลูกค้าใช้เวลานานเกินไปในการจ่ายเงินให้กับเรา ในมุมกลับกัน ผู้ขายหรือเจ้าหนี้ของบริษัท ก็ต้องการให้เราจ่ายชำระหนี้ให้ตรงเวลาเช่นเดียวกัน รายงานอายุเจ้าหนี้การค้าที่นักบัญชีทำจะบอกได้ว่าบริษัทเป็นหนี้ใครและเท่าไหร่บ้าง ตราบใดที่รายงานที่เราทำ ได้ทำการอัพเดตอยู่เสมอ เราจะสามารถรู้ได้ว่าเจ้าหนี้รายใดที่เราต้องจ่าย และจ่ายเมื่อใดบ้าง เพื่อให้เราไม่พลาดวันครบกำหนดในการชำระหนี้

การชำระเงินล่าช้าอาจทำให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจแย่ลง และอาจนำไปสู่ค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับล่าช้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ หากเราจ่ายตรงเวลา บริษัทอาจได้รับส่วนลดการชำระเงินล่วงหน้าจากผู้ขายในบางรายก็เป็นได้ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของนักบัญชีที่จะช่วยทำให้การดำเนินงานของบริษัทเกิดประโยชน์สูงสุด


สรุป

ถึงแม้ว่างานบันทึกบัญชีจะเป็นงานที่สำคัญ แต่อย่าลืมว่าการจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอข้อมูลทางบัญชีนั้น ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าในงานของเรานะคะ หากท่านใดที่ยังอ่านรายงานไม่เป็น จัดทำรายงาน หรือนำเสนอรายงานไม่เป็นแล้วล่ะก็ เราแนะนำให้ท่านศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมแบบด่วนๆ เลยนะคะ ไม่งั้นท่านก็อาจจะตกเทรนผู้ทำบัญชีมืออาชีพก็เป็นได้นะคะ

 

ไม่อยากพลาดบทความดีๆ ด้านบัญชี-ภาษี และโปรโมชั่นพิเศษ กดสมัครรับข่าวสารที่นี่ 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : 

https://www.entrepreneur.com/article/325055

https://due.com/blog/5-most-important-accounting-reports-for-your-small-business/

https://www.indinero.com/blog/top-3-financial-reports-for-small-business-bookkeeping

source: www.thaicpdathome.com

5.0 จาก 5

การให้คะแนน 11 ครั้ง